วัคซีน mRNA ดีอย่างไร? ทำไมถึงต้องใช้?

วัคซีน mRNA

ข้อมูลวัคซีน  COVID-19 แสดงให้เห็นถึงวิธีการผลิต ประสิทธิภาพการป้องกันกับไวรัสดั้งเดิม และไวรัสกลายพันธุ์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงผลข้างเคียงหลังจากที่ได้รับวัคซีนวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัส COVID-19 ได้มากที่สุดผู้ผลิต 2 เจ้า คือ Pfizer-BioNTech และ Moderna ดังนั้นเข็มที่สามใช้ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จะดีกว่า ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อ เป็นวัคซีนประเภท mRNA โดย สายเบตา หากฉีด ไฟเซอร์ 2 เข็ม (รายงานจากการ์ตาร์) กันติดได้ 72 ถึง 75% แต่กันอาการหนักและตายได้ดี

วัคซีน mRNA มีการทำงานอย่างไร ?

หลักการทำงานของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA คือการเอาชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด- 19 (mRNA) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของเชื้อไวรัส (Spike protein) นำมาสังเคราะห์เป็นรหัสคำสั่งที่เรียกว่า S-spike mRNA เมื่อฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์ในร่างกายผลิตโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของไวรัสขึ้น และโปรตีนที่ผลิตในส่วนนี้เองจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Antigen) ให้ร่างกายรู้จักกับเชื้อโรคโควิด-19 และสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody)เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้ธรรมชาติ สารพันธุกรรม mRNA เหล่านี้จะถูกขจัดออกจากร่างกายภายในระยะเวลาไม่นาน

ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA

วัคซีนที่ใช้ : Pfizer-BioNTech, Moderna

ลักษณะและการทำงานวัคซีน : วัคซีนประเภท mRNA จะประกอบไปด้วยสารพันธุกรรมที่เรียกว่า mRNA  เมื่อฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย สาร mRNA จะสั่งการให้เซลล์ร่างกายผลิตหนามโปรตีนที่ใกล้เคียงกับไวรัสขึ้นมาเอง เมื่อผลิตโปรตีนขึ้นมาแล้ว เซลล์ในร่างกายจะผลิตแอนติเจน ระบบภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อโปรตีนนี้คือสิ่งแปลกปลอม จากนั้นแอนติเจนก็จะผลิตแอนติบอดีเพื่อกำจัดหนามโปรตีนดังกล่าวออกไป เมื่อไวรัสโควิด-19 ของจริง เข้าร่างกายร่างกายจะจดจำเชื้อได้และสามารถจัดการได้ในทันที

ข้อดี : ผลวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการทำงานของประชากรและสุขภาพของประชากร (PHG) ในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เผยว่าวัคซีน mRNA มีความปลอดภัยสูง เพราะไม่มีเชื้อไวรัสที่มีชีวิตหลงเหลือ ไม่เกิดความเสี่ยงต่อร่างกาย เชื่อถือได้ และผลิตได้ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย

วัคซีน mRNA

ผลิตจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว

วัคซีนที่ใช้: Sinopharm, Sinovac

ลักษณะและการทำงานของวัคซีน : ใช้ไวรัสโควิด-19 ที่อ่อนแอลงหรือตายแล้วมากระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

ข้อดี : GAVI (Global Alliance for Vaccine and Immunization) องค์กรความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับโลกระหว่างรัฐและเอกชน เผยว่าเป็นวัคซีนที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อีกทั้งผลิตได้ง่ายกว่าวิธีอื่น

ผลิตโดยเวกเตอร์ไวรัส

วัคซีนที่ใช้ : Oxford-AstraZeneca, Sputnik V

การทำงานวัคซีน: นำเชื้อไวรัสที่อ่อนแอมามาตัดต่อพันธุกรรมหนามโปรตีนไวรัสโควิด-19 จากนั้นนำมาฉีดเข้าร่างกาย เพื่อกระตุ้นในระบบภูมิคุ้มกันจดจำรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด-19 และกำจัดไวรัสได้ในที่สุด

ข้อดี: วิธีนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าสามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดเล็กชนิด B ที่สร้างเซลล์แอนติบอดี้เพื่อต่อสู้กับไวรัส และ T ที่ผลิตภูมิคุ้มกันที่กำจัดเชื้อไวรัสออกจากเซลล์มนุษย์

Protein Subunit Vaccine

วัคซีนที่ใช้ : Novavax

ลักษณะและการทำงานของวัคซีน: นำชิ้นส่วนหนามโปรตีนของไวรัสโควิด-19 ที่ไม่เป็นอันตราย มาฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านไวรัส

ข้อดี: เป็นวัคซีนที่ได้รับการยอมรับในวงการเทคโนโลยีการแพทย์มาแล้ว ซึ่งเคยใช้ในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสตับอักเสบบี ไข้กาฬหลังแอ่น โรคติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Pneumoniae และเชื้องูสวัด

วัคซีน mRNA น่าเชื่อถือหรือไม่ ?

ปัจจุบันทั่วโลกฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA มากกว่า 500,000,000 โดส จากการศึกษาพบว่ามีโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำประมาณ 3-5 : 1,000,000 โดส ซึ่งใกล้เคียงกับวัคซีนอื่น ๆ ที่กำลังฉีดทั่วโลก โดยภาพรวมถือว่าวัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง และเป็นวัคซีนที่ได้ผลในการป้องกันการติด เชื้อโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 95 ซึ่งต้องมีการตรวจโควิด fit to fly ก่อนที่จะฉีดวัคซีน

วัคซีนต้านโควิดชนิด mRNA มียี่ห้อใดบ้าง ?

  1. วัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer) มีชื่อทางการว่า BNT162b2 คิดค้นโดยบริษัทไฟเซอร์ร่วมกับบริษัทสัญชาติเยอรมันชื่อไอโบเอ็นเท็ค (BioNTech)วัคซีนชนิด mRNA เป็นการสังเคราะห์สารพันธุกรรมเลียนแบบเชื้อไวรัสขึ้นมา ดังนั้นในวัคซีนจึงไม่ได้มีอนุภาคของเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียที่ตายแล้วอยู่ภายในเลยเมื่อ mRNA ถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรตีนส่วนหนาม (Spike protein) เหมือนกับโคโรนาไวรัส ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการติดเชื้อจนเป็นโควิด 19 เมื่อร่างกายเห็นโปรตีนส่วนหนามของไวรัสแล้ว จึงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันไว้สำหรับป้องกันไวรัสจริงๆ ที่จะเข้ามาได้วัคซีนไฟเซอร์ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and Drug Administration: FDA) เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 สำหรับผู้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป
  2. วัคซีนโควิดโมเดอร์นา ( Moderna ) พัฒนาโดย บริษัท ModernaTX, Inc. สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกวัคซีน Moderna เป็นวัคซีนที่คิดค้นโดยบริษัทผู้ผลิตยาสัญชาติอเมริกัน ชื่อบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) และถือเป็นวัคซีนตัวที่ 2 ที่รับอนุมัติตามมาตรการฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (Food and drug administration: FDA) ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2563 ซึ่งวัคซีนชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติคือวัคซีนโควิดไฟเซอร์ (Pfizer)วัคซีน Moderna จะมีส่วนช่วยให้ร่างกายสร้างโปรตีนที่เฉพาะเจาะจงกับไวรัสขึ้นมา และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ (Antibodies) แอนติบอดี้นี้จะรับรู้ได้เมื่อมีไวรัสเข้าสู่ร่างกาย จึงทำลายไวรัสได้ในที่สุดแม้หลังจากมีการฉีดให้กับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปแล้ว และพบว่ามีความปลอดภัย แต่หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control: CDC) ก็ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของวัคซีนอย่างต่อเนื่อง