ปากกระจับธรรมชาติ มีแบบไหนบ้าง และการทำศัลยกรรมมีกี่แบบ

ปากกระจับธรรมชาติ

ปากกระจับธรรมชาติ ถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ ใฝ่ฝันมากที่สุด เพราะจะส่งผลให้เกิดความมั่นใจ ในการพบปะผู้คนและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีเลยทีเดียว หลายคนกำลังประสบปัญหาปากหนา ไม่ได้รูปทรง  ซึ่งทำให้ไม่มั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นจุดที่เห็นได้ชัด สังเกตได้ง่าย สำหรับผู้ที่มีปากกระจับโดยธรรมชาติแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งโชคดีมากที่สุด เพราะไม่ต้องได้เสียค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมปากกระจับ ไม่ต้องเจ็บตัว ถือเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องการมากที่สุด เพื่อให้ใบหน้าดูหวาน สวยงามมากยิ่งขึ้น

ปากกระจับทรงธรรมชาติ คือ

ทรงปากรูปแบบหนึ่ง ที่ทำการผ่าตัด ไม่เน้นติ่งกระจับ ที่แหลมหรือชัดเกินไป จนสังเกตได้รูปปากจะแค่บางลง หรือ มีโค้งมีเคิฟเพียงเล็กน้อย เนียน ๆตา ดูเป็นธรรมชาติ บางครั้งเหมือนไม่เคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน ปากทรงธรรมชาติ นี้ ไม่ใช่สิ่งใหม่ นิยมกันมานานแล้ว การผ่าตัดก็ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร  การทำผ่าตัดการดูแลหลังผ่าตัด ก็ค่อนข้างจะทำได้ง่ายกว่าทรงกระจับ เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน การสังเกต เรื่องติ่งเบี้ยว หรือปากไม่เท่ากัน ก็จะสังเกตเห็นได้ยาก

ข้อดีของปากทรงธรรมชาติ

  1. ดูเป็นธรรมชาติ และทรงปากบางลงสวยขึ้น เหมาะสำหรับคนไข้ที่ต้องการเพียงให้ปากบางลง ไม่เป็นที่สังเกตของคนรอบข้าง
  2. เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีข้อจำกัดบางท่าน แต่อยากทำริมฝีปากเช่น ริมฝีปากเดิมค่อนข้างบาง ใบหน้าเอียง ปากเอียง ฟันไม่สวย เหงือกนูนมาก ๆ ยิ้มเบี้ยวแต่แรก
  3. การทำปากทรงธรรมชาติ ก็จะทำให้ปากสวยขึ้น และไม่เพิ่มความผิดปกติ ของใบหน้าโดยภาพรวม
  4. ทำมาแล้วปากของคุณจะดูเรียวบางสวยปากไม่หนา เหมาะสำหรับใครที่มีริมฝีปากที่หนาแล้วต้องการที่จะมีริมฝีปากบางโดยเฉพาะ

ก่อนการตัดสินใจ ควรศึกษาข้อมูลก่อน

  1. คลินิกต้องมีแพทย์จริง และแพทย์ต้องจบในด้านที่เกี่ยวข้องโดยตรง

คลินิกศัลยกรรมปาก ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จบทางด้านศัลยกรรมความงามมาโดยเฉพาะ อีกทั้งมีประสบการณ์อันยาวนาน ไม่ใช่จบเพียงแค่หลักสูตรอบรมสั้น ๆหรือ Certificate เท่านั้น

  1. คลินิกต้องมีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ

คลินิกศัลยกรรมปาก ที่ดีต้องมีใบอนุญาตดำเนินการ สามารถเปิดกิจการได้อย่างถูกต้อง สถานที่ต้องสะอาดปลอดภัย ตัวยาต้องมี อ.ย. รับรองอย่างถูกต้อง เครื่องมือทางการแพทย์ต้องทันสมัยและพร้อมให้บริการ เมื่อดูภาพโดยรวมแล้วต้องน่าเชื่อถือจึงจะไปใช้บริการได้

3  มีบริการที่ดียิ้มแย้มแจ่มใส สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้

เมื่อย่างก้าวเข้าไปในคลินิกตกแต่งริมฝีปาก หากเจอพนักงานต้อนรับที่ดียิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาดี คุณหมอเก่งให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง แบบนี้จะทำให้คนไข้มีความสุขและผ่อนคลาย

  1. มีคนกล่าวถึงในแง่ดี รีวิว มีเยอะ

ในการพิจารณาเลือกใช้บริการคลินิกตกแต่งริมฝีปาก ควรศึกษาจากรีวิวที่เชื่อถือได้ ไม่ควรดูแต่เคสสวย ๆที่คลินิกคัดมาลงอย่างเดียว ควรลองค้นดูเคสหลุด (เคสที่มีปัญหา) ของคลินิกและดูความรับผิดชอบของคลินิกด้วย และอีก ช่องทางที่ดูได้คือ ส่วนของคำวิจารณ์ ที่คนไข้สามารถเข้ามาติชมคลินิกได้ตามจริง

ปากกระจับธรรมชาติ ทำยังไงให้สวย

สำหรับการทำศัลยกรรมปากสามารถ ทำได้หลายแบบ

  1. ผ่าตัดปากหนาให้บาง (Lips Reduction)เพื่อลดขนาดริมฝีปากบนหรือล่างให้บางลง และได้รูป ลักษณะของแผล จะอยู่ในริมฝีบาง ดังแสดงตามภาพ เย็บด้วยไหมละลาย ประมาณ 7-10 วัน ไหมจะหลุดออกไปเอง ถ้ายังหลุดไม่หมด สามารถตัดออกได้
  2. ผ่าตัดยกริมฝีปากบน (Upper lips lift, Upper lips lift shortening)เป็นการปรับแต่งริมฝีปากบนที่ตกลงมาปิดฟันบนจนหมด เวลายิ้ม หรือเวลาพูดจะไม่เห็นฟันบน และเห็นแต่ฟันล่าง ทำให้สัดส่วนระหว่างปลายจมูกและปากบนยาวเกินไป ตามปกติระยะระหว่างขาจมูก (Conlumella) ถึงริมฝีปากบนจะมีระยะประมาณ 12-15 มิลลิเมตร ถ้ายาวเกินไปจะปิดฟัน ทำให้ยิ้มไม่สวย การยกริมฝีปากบนทำให้ระยะระหว่างปลายจมูกและริมฝีปากบนสั้นขึ้น
  3. เสริมริมฝีปาก (Lips Augmentation) เสริมโดยการฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากไม่ได้ต้องเปิดแผล จึงไม่มีรอบเย็บ และไม่ต้องฉีดยาชา ชึ่งสารฟิลเลอร์ที่นิยมใช้เป็นสารฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic  acid คือ Restylane®, JuvedermTM โดยปกติแล้ว ฟิลเลอร์ที่เติมไปจะค่อย ๆ สลายไป จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะต้องไปฉีดใหม่ เนื่องจากสารฟิลเลอร์นั้นได้สลายหมดไป

– การผ่าตัดเสริมริมฝีปากด้วย Alloderm เป็นที่นิยมมากในการเสริมริมฝีปากให้อวบอิ่ม สามารถเพิ่มขนาด และปากกระจับธรรมชาติ รูปทรงของริมฝีปากให้งดงามอย่างธรรมชาติ Alloderm เป็นวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ โดยเป็นชั้นของผิวหนังบาง ๆ ที่ผ่านกระบวนการนำ Antigen และ Antibody ออก ซึ่งจะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อออกจากร่างกาย จึงไม่ทำให้เกิดการแพ้ โดยจะเหลือแต่โครงตาข่ายของโปรตีน และคอลลาเจน การผ่าตัดจะใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ และมีรอยแผลดังภาพ ไหมที่เย็บจะมีเพียงแค่ 2 จุดเท่านั้น โอกาสที่จะเกิดอาการบวมช้ำมีน้อยมาก และสามารถคงรูปร่างได้มากกว่า 5 ปี

– การเสริมแบบใช้วัสดุสังเคราะห์ เช่น Gore-Tex, SoftForm เป็นวัสดุที่ทำมาจาก Polyetrafluoro-ethylene (e-PTFE) ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำหลอดเลือดเทียม จะมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากเป็นวัสดุสังเคราะห์และมีรูพรุน จึงทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อ หรือร่างกายอาจจะไม่ยอมรับได้

– ฉีดไขมันตัวเอง (Fat Graft) เป็นการดูดเอาไขมันมาจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ใต้ท้องแขน มาปั่นแยกเอาเฉพาะไขมันมาฉีดใส่ที่ปาก เพื่อให้ปากอูมอิ่ม